วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

ทำไมเวลาเสียใจ-ดีใจ น้ำตาต้องไหล

       



                                    เวลาที่เราอยู่ในอารมณ์ที่เศร้าเสียใจ หรือมีอารมณ์ดีใจ  
                                           สงสัยไหมว่า ทำไมต้องมีน้ำตาไหลออกมา???
               สาเหตุเป็นเพราะว่าสมองส่วนที่ควบคุมอารทณ์นั้นจะอยู่บริเวณตาเราพอดี สมองส่วนนี้จะทำหน้าที่ช่วยปลอดปล่อยและระบายความทุกข์ของเรา เพื่อให้เิกดความสุข โดยธรรมชาติเมื่อเรามีความทุกข์ก็จะปลอดปล่อยความทุกข์นั้นออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่เกิดนั้นจะทำให้คนนั้นๆรู้สึกเสียใจ เจ็บปวดมากแค่ไหนน้ำตาก็จะไหลออกมา และเมื่อเรารู้สึกดีใจซึ้งใจหรือว่ามีความสุข ก็เช่นเดียวกันอารมณ์แบบนี้ก็จะไปกระตุ้นทำให้น้ำตาไหลออกมาเช่นกัน
              และหากสังเกตให้ดีน้ำตาที่ไหลออกมาในแต่ละอารมณ์นั้นจะมีลักษณะการไหลออกมาที่แตกต่างกัน เช่น น้ำตาจากอารมณ์เครียดจะไหลออกมาจากปลายตา หากเครียดมากๆก็จะไหลออกมาจากบริเวณกลางดวงตา ถ้าอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้าก็จะไหลออกมาจากบริเวณทางมุมของดวงตา และหากว่าเรามีความสุข ดีใจ น้ำตาจะไหลออกมาทั้งดวงตา

กอดอกช่วยบรรเทาอกการปวด




         

        เมื่อตอนที่เป็นเด็กเวลาที่ผู้ใหญ่จะตีมักจะบอกให้เราเอามือกอดอกทุกครั้ง หลังจากนั้นไม้เรียวงามๆก็จะมากระทบกับก้มงามๆของเราพร้อมกับความเจ็บปวด การที่เรายืนกอดอกแบบนั้นมันมีประโยชน์มากเลยทีเดียว เพราะว่าการกอดอกมันจะสามารถช่วยให้รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงได้ เนื่องจากสมองของเราจะเกิดความสับสันหรือเกิดความขัดแย้งขั่นนั่นเอง โดยธรรมชาติแลัว ระบบกลไกการทำงานของสมองคนเรามักจะใช้มือข้างซ้ายสัมผัสกับสิ่งของต่างๆที่อยู่รอบตัวของเราทางข้างซ้าย และใช้มือขวาสัมผัสสิ่งของที่อยู่ทางด้านขวา
         แต่เมื่อใดที่เราทำให้สมองเกิดความขัดอย้ง การประมวลผลที่ได้รับจะเกิดความแปรปวรนไปจากความเป็นจริง การที่เรากอดอกด้วยเอามือขวาไปอยู่ด้านซ้ายของลำตัว และเอามือซ้ายไปอยู่ด้านขวาของลำตัวนั้น ระบบของสมองจะมีอาการงงๆสับสนเกิดขึ้นทันที ซึ่งส่งผลให้การประมวลผลที่ได้ไม่ชัดเจน จึงทำให้เรารู้สึกน้อยลงกว่าความเป็นจริง

ฝาแฝดน่ารู้

         


             ฝาแฝดมี 2 ลักษณะ คือ เกิดจากการปฎิสนธิภายในไข่ใบเดียวกัน และเกิดจากไข่คนละใบ  ฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันจะมีลักณษะหน้าตาที่คล้ายกัน และเป็นเพศเดียวกัน ส่วนฝาแฝดที่เกิดจากไข่คนละใบจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ก็ได้ และหน้าตาอาจเหมือนกันหรือไม่เหมือนกันก็ได้ 
            
            จากสถิติฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 200 ราย และฝาแฝดที่เกิดจากไข่คนละใบมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 135 ราย
            และคนผิวดำมีโอกาสที่จะมีลูกฝาแฝดมากกว่าคนผิวขาว รวมถึงมารดาที่มีอายุมากและเคยได้รับยากระตุ้นการตกไข่มาก่อนจะมีโอกาสเกิดลูกฝาแฝดมากกว่าคนปกติ

ยุงชอบกัดคนแบบไหน???

                                                     ยุงชอบกัดคนแบบไหน???
* ชอบกัดคนที่ตัวโตมากกว่าคนตัวเล็ก เพราะว่าคนตัวโตจะมีผิวหนังที่บางกว่าคนตัวเล็ก
*ชอบกัดคนท้องมากกว่าคนไม่ท้อง เพราะว่าคนท้องมีพื้นที่ผิวหนังมากขึ้น ตัวอุ่นหรือร้อน และมีเหงื่อออกง่ายขึ้น
* ชอบกัดคนที่มีกลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อ ยุงชอบกลิ่นตัวของคนบางคนและเลือกที่จะกัดคนนั้นก่อน
*ชอบกัดคนที่ชอบดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์ทำให้อุณหภูมิที่ผิวหนังเพิ่มขึ้นและกลิ่นตัวแรงขึ้น

กำแพงร้องไห้

                                       กำแพงร้องไห้ (เธอะ เวสเทิร์น วอลล์)
ในช่วงต้นของดิแอสสโพรา (การกระจัดกระจายของชาวยิว)  กำแพงร้องไห้นี้ได้กลายเป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างชาวยิวที่กระจัดกระจายไปกับผู้คนในโลกที่เหลืออยู่ ในช่วงหลังจากที่มหาวิหารถูกทำลายโดยจักรพรรดิทิตัสแห่งโรมันในปี ค.. 70 หลายศตวรรษมาแล้วที่เชื่อมกันว่า กำแพงนี้เป็นเพียงส่วนเดียวของมหาวิหารอันวิจิตรตระการตาของเฮโรดที่เหลือรอดพ้นจากการทำลายของทิตัสได้ และเนื่องจากชาวยิวถูกผู้ปกครองเยรูซาเล็มห้ามไม่ให้เหยียบย่างไปในเขตภูเขาศักดิ์สิทธิ์หรือเมาท์โมริยาห์เป็นเวลาหลายศตวรรษ ชาวยิวจึงใช้กำแพงนี้เป็นสัญลักษณ์แทนพระวิหารและเมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้กลายเป็นอนุสรณ์อันศักดิ์สิทธิ์อันชอบธรรม

สองพันปีต่อมากำแพงร้องไห้ได้กลายเป็นอนุสรณ์ที่คอยเตือนชาวยิวให้รำลึกถึงช่วงเวลาแห่งการสูญเสียและการตกเป็นเชลย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นความโศกเศร้าอย่างมหันต์จนในปฎิทินของยิวต้องจารึกวันที่พระวิหารถูกทำลายในปี ค.. 70 คือในวันที่ 9 เดือนอับ (ก..-..)โดยกำหนดให้เป็นวันแห่งการร้องไห้คร่ำครวญ ชาวยิวหลายชั่วอายุได้เดินทางมาเยือนกำแพงแห่งนี้เพื่อร้องไห้คร่ำครวญให้กับชะตากรรมของพวกเขา ด้วยเหตุนี้เองกำแพงนี้จึงรู้จักกันในชื่อของ “กำแพงร้องไห้” หรือ “กำแพงแห่งการคร่ำครวญ” ตามธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาของลัทธิจูดา (ยูดา) เชื่อกันว่าพระวิหารไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้จนกว่าพระเมสสิยาห์จะเสด็จมา เมื่อเยรูซาล็มถูกรวมเข้าด้วยกันอีกครั้งในปี ค.. 1967 หลังจากจัดตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นใหม่แล้ว 19 ปี ชาวยิวได้กลับเป็นเจ้าของเวสเทิร์น วอลล์ (กำแพงร้องไห้) นี้อีกครั้งหนึ่ง ภาพของทหารอิสราเอลนับร้อยๆที่เหนื่อยอ่อนพากันยืนร้องไห้ที่กำแพงแห่งนี้เมื่อมีโอกาสเข้าไปมนสถานศักดิ์สิทธิ์นี้ป็นครั้งแรกหลังจากถูกห้ามเป็นเวลาหลายปี เป็นภาพเลือนที่มิอาจจะลืมไปจากความทรงจำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นได้และจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวันนั้น ชาวยิวนับพันจากทั่วทุกมุมโลกได้อธิษฐานที่กำแพงร้องไห้โยไมมีอุปสรรขัดขาวงอีกต่อไป


ปัจจุบันบริเวณนี้ถูกแบ่งออกเป็นเขตผู้ชายและผู้หญิงตาวกฎบัญญัติของชาวยิวนิกายออร์ธอด็อกซ์โดยกั้นเขตล้อมรอบ พื้นที่ดังกล่าวจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายโดยเฉพาะในวันสะบาโตและวันเทศกาลต่างๆ แต่ชาวยิวจะไม่เข้าไปในบริเวณ ฮารัม อัล ชารีฟ เพราะกลัวจะพลั้งเผลอไปยืนอยู่เหนือภิสุทธิสถาน ซึ่งจะละเมิดต่อกฎบัญญัติของชาวยิว ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้มีการวิจัยค้นคว้าทางโบราณคดีอย่างมากซึ่งเปิดเผยข้อมูลเรื่องพระวิหารเพิ่มขึ้นทั้งยังช่วยยืนยันว่า ในสมัยกษัตริย์เฮโรดสิ่งก่อสร้างนี้น่าประทับใจยิ่ง อย่างไรก็ดี กำแพงร้องไห้ยังคงเป็นหัวใจของสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ในด้านอารมณ์ความรู้สึก

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

จริงหรือไม่? มีคนตายเพราะมะพร้าวตกใส่หัวมากกว่าโดนฉลามกัดซะอีก



            จริงหรือไม่?  มีคนตายเพราะมะพร้าวตกใส่หัวมากกว่าโดนฉลามกัดซะอีก


               สถิติได้ถูกพูดถึงอยู่ตลอดเวลาในหัวข่าวและบนเว็บไซต์ ว่ามีคนเสียชีวิตจากฉลามปีละ 10 คนซึ่งคงไม่มากเท่าที่เมื่อเทียบกับประชากรโลกเรา 6.6 พันล้าน
ถ้าจะให้คำพูดเรื่องความจริงนั้น จะต้องมีคนเสียชีวิตจากลูกมะพร้าวประมาณ 150 คนต่อปี แล้วเราควรจะต้องกลัวลูกมะพร้าวหรือไม่? ก็เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริงอย่างไรล่ะ ถึงแม้มะพร้าวจะหนัก (มะพร้าวหนักประมาณ 2กก.) และต้นมะพร้าวก็สูงมาก (ต้นมะพร้าวสูงได้ถึง2.5 เมตร) แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่ามีคนตายเพราะมันถึง 150 คนต่อปี
ลูกมะพร้าวที่สุกงอมจะยึดติดกับต้นอย่างมั่นคง มันจะหล่นจากต้นเองเมื่อน้ำหนักผลของมันหายไปมาก มะพร้าวจะเป็นอันตรายก็ต่อเมื่อมีคนไปสอยมันจากต้นเท่านั้น เรามักจะสอยลูกมะพร้าวด้วยไม้ยาวๆซึ่งทำให้ลูกมะพร้าวหล่นจากต้นอย่างไม่มีทิศทางที่แน่นอนและมีโอกาสทำให้คนที่อยู่เบื้องล่างได้รับบาดเจ็บ
ความคิดที่ว่ามะพร้าวเป็นสาเหตุให้มีคนตายจำนวนมากอาจจะมาจากการศึกษาของ ดร. ปีเตอร์ บราส เกี่ยวกับจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากมะพร้าวที่โรงพยาบาลในปาปัวนิวกินีในช่วงระยะเวลา 4 ปีมีผู้เสียชีวิตเพราะต้นมะพร้าว 5 คนทั้งนี้รวมถึงคนที่ตกจากต้นมะพร้าวลงมาเสียชีวิต จากเหตุที่ต้นมะพร้าวล้มลงเพราะพายุและลูกมะพร้าวหล่น งานวิจัยของเขาถูกนำมาประมวลผลแบบผิดๆจนกลายเป็นว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะพร้าวถึงปีละ 150 คนทั่วโลกทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย   

จริงหรือไม่? ช้างกลัวหนูแบบสุดๆ

                                       จริงหรือไม่? ช้างกลัวหนูแบบสุดๆ



ฟังดูแปลกๆเมื่อคุณเทียบขนาดของช้ากับหนู แต่หลายครั้งหลายคราที่คุณได้เห็นตัวการ์ตูนช้างกระโดขึ้นไปเกาะเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเห็นหนู ตัวสั่นเทิ้มและร้องไห้เหมือนเด็กน้อยๆ
                                แล้วทำไมช้างต้องกลัวหนูด้วยล่ะ?
บางคนให้ข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นเพราะหนูตัวเล็กมากพอที่จะคืบคลานเข้าไปยังงวงช้างและทำให้ช้างขาดอากาศหายใจได้แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าช้างต้องกลัวสัตว์ตัวเล็กๆทุกตัว แต่ช้างก็สามารถพ่นหนูออกจากงวงมันได้ถ้าต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นคำถามคือหนูจะเข้าไปในงวงช้างทำไมกัน?
คำอธิบายที่น่าจะฟังขึ้นเกี่ยวกับเร่องนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องการมองเห็นของช้าง ช้างเป็นสัตว์ที่มีการมองเห็นแย่และในขณะที่มันน่าจะไม่ต้องกลัวสัตว์ใหญ่อย่างเช่นสิงโต แต่กลับเป็นว่ามันยิ่งกลัวเมื่อได้ยินเสียงที่ตามันมองไม่ค่อยเห็นเท่าใดนัก หนูที่ป้วนเปี้ยนแถวๆเท้าของช้างก็อาจทำให้มันกลัวได้จนกว่ามันจะมองเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เท้าของมันแล้วจึงค่อยสงบสติอารมณ์ขึ้นมาได้บ้าง  การทดลองที่ไม่ใช่เชิงวิทยาศาสตร์ของรายการทีวีในอเมริการายการหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะสนับสนุนความเชื่อนี้ทำโดยซ่อนหนูตัวหนึ่งไว้ในกลองมูลแห้งๆของช้าง เมื่อช้างเข้าใกล้กองมูลนั้นก็เปิดขึ้นเพื่อให้เห็นตัวหนู ช้างจะสะดุ้งตกใจและวิ่งไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อทำการทดลองแบบเดิมซ้ำๆอีกข้างก็ไม่ตกใจและไม่วิ่งหนีอีกแล้วแต่ก็ยังเลี่ยงไม่ยุ่งกับหนูอยู่ดี พฤติกรรมเช่นนี้บอกได้ว่าช้างไม่ชอบอะไรที่เซอร์ไพรส์ซึ่งไม่เฉพาะหนูเท่านั้น
สัตว์ตัวเล็กอีกชนิดที่ช้างกลัวคือผึ้งหรืฝูงผึ้ง ถึงแม้ช้างจะมีผิวที่หนาแต่ผึ้งก็สามารถจะต่อยรอบๆ ดวงตาของมันและเหนือวงของมันได้ซึ่งคงจะก่อความเจ็บปวดได้ไม่น้อยเลย จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่เคนยาพบว่าช้างไม่เพียงแต่จะหนีผึ้งเท่านั้น แต่มันยังกลัวลำโพงที่เปิดเสียงของผึ้งอีกด้วย งานวิจัยชิ้นนี้ทำขึ้นเพื่อศึกษาว่า โรคกลัวผึ้ง จะนำไปช่วยชาวนาเคนยาในการป้องกันพืชไร่จากการทำลายของช้างได้หรือไม่ กล่าวกันว่ารั้วที่ทำจากรังผึ้งอาจจะสามารถขับไล่ช้างที่กินพืชไร่ไปได้

จริงหรือไม่? หนู…สัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสกปรก

                                           จริงหรือไม่? หนู…สัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสกปรก



หนู เป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสกปรก พวกมันชอบกินเศษขยะ อาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ เป็นตัวแพร่เชื้อโรค หนูจึงเป็นสัตว์ที่ใครๆก็รังเกียจ
แต่เดี๋ยวก่อน….คุณหรือเปล่าว่าเจ้าหนูที่แสนสกปรกพวกนี้ชอบเล่นสนุกด้วยกัน ช่วยดูแลซึ่งกันและกันในยามพวกมันบาดเจ็บและเจ็บป่วยจนกว่าจะหาย พวกมันเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง และรู้สึกเหงาโดดเดี่ยว ถ้าต้องแยกออกมาจากฝูงนอกจากนี้บรรดาคุณแม่หนูทั้งหลายยังช่วยกันดูแลลูกน้อยของกันและกันด้วย ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเจ้าหนูท่อระบายเหล่านี้เป็นสัตว์ที่ฉลาดแถมยังฉลาดกว่าหนูนา หรือหนูสะอาดๆที่พวกเราชอบเลี้ยงกันรวมทั้งยังฉลาดกว่าตะเภาและกระต่ายด้วย ซึ่งจากผลการทดลองยืนยันว่า เจ้าหนูพวกนี้สามารถจดจำเส้นทางที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและน้ำได้และในความเป็นจริงแล้วเจ้าหนูที่เราว่าสกปรกพวกนี้สะอาดสุดๆ พวกมันจะทำความสะอาดขนของพวกมันและขนของเพื่อนหนูด้วยกันทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังดูแลบ้านของพวกมันได้สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย
                ฉี่ของเจ้าหนูเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเล็ปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูในคน โดยเชื้อโรคตัวนี้มักพบบ่อยบริเวณริมฝั่งน้ำ บึงน้ำ ทุ่งนา บริเวณที่เป็นโคลนเลนและบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว

                แล้วโรคกาฬโรคที่ว่าเจ้าหนูพวกนี้เป็นพาหะล่ะ! เป็นอย่างไร? โรคกาฬโรคเกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อแบคทีเรียนี้มาจากเห็บหมัดที่อยู่บนตัวหนูและพวกเห็บหมัดนี้ก็มีอยู่บนตัวหมาและแมวด้วยเช่นกัน ในปี พ.. 2208 ได้เกิดโรคกาฬโรคระบาดขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งสภาพบ้านเมืองในเวลานั้นสกปรกมาก ตามท้องถนนก็เปิดฝาท่อระบายน้ำทิ้งไว้ระเกะระกะไปหมด แถมยังผู้คนก็ยังอาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์ที่พวกเขาเลี้ยงไว้ในฟาร์ม สภาพบ้านเมืองเช่นนี้ก็ช่วยให้เชื้อโรคแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามเห็บหมัดที่อยู่บนตัวหนู ก็ยังเป็นพาหะนำโรคกาฬโรคได้น้อยกว่าเห็บหมัดที่อยู่บนตัวหมาและแมวซะอีก

จริงหรือไม่? ถ้ากลืนหมากฝรั่งลงท้องไปล่ะก็ตายแน่!

                             
จริงหรือไม่? ถ้ากลืนหมากฝรั่งลงท้องไปล่ะก็ตายแน่!


หมากฝรั่งที่เรากินกันนั้นทำจากสสารให้ความหวาน กลืนต่างๆ สารกันบูดและเรซินของหมากฝรั่งซึ่งเป็นเคมี ส่วนผสมเหล่านี้ร่างกายมนุษย์สามารถย่อยได้ยกเว้นอย่างเดียวคือหมากฝรั่ง ดังนั้นก็แปลว่าหมากฝรั่งที่เราไม่สามารถจะย่อยไก้นี้ยังอยู่ในกระเพาะของเราได้เป็นปีๆและเข้าไปติดกับอวัยวะสำคัญๆในร่างกายและทำให้เราเสียชีวิตได้หรือไม่ ?
                ไม่ใช่เลย เมื่อเรารับสิ่งที่รับประทานสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้เข้าไป มันจะผ่านไปถึงระบบย่อยของเราภายในสองวัน ร่างกายจะนำสิ่งที่ไม่สามารถย่อยได้ เช่น ข้าวโพดหวานหรือเหรียญเงินผ่านไปสู่ระบบย่อยและขับมันออกไปสู่ปลายทาง จะมีเฉพาะสิ่งที่มีขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะติดอยู่ระหว่างทาง ดังนั้นคุณจึงไม่ควรกินหมากฝรั่งสิบชิ้นและเหรียญหนึ่งกำมือพร้อมๆกัน ไม่เช่นนั้นคงจะเกิดปัญหาแน่!
                แต่กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าหมากฝรั่งที่เราเคี้ยวนั้นปลอดภัยเพราะคุณก็สามารถจะสำลักหมากฝรั่งได้เช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่ควรให้เด็กกินหมากฝรั่ง  หมากฝรั่งที่มีน้ำตาลนั้นไม่เหมาะกับฟันคุณ การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ จะทำให้เกิดการสึกหรอ รสชาติต่างๆที่มีในหมากฝรั่งโดยเฉพาะซินนามอนอาจทำให้ปากของคุณเปื่อย สารให้ความหวานที่สังเคราะห์ขึ้นมาอาจจะก่อให้เกิดปัญหากับกระเพาะอาหารและมีผลข้างเคียงที่ไม่น่าพึงใจเช่นอาการท้องเสียก็ได้

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

จริงหรือไม่ ปลาทองมีความจำแค่3วินาที



       
                               


จริงหรือไม่?   ปลาทองมีความจำสั้นแค่ 3 วินาที

                ความจริงเกี่ยวกับปลาทองข้อนี้เป็นความเชื่อที่ทำให้รู้สึกสบายใจ  มันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นที่จะเก็บสหายปลาของคุณไว้ในโหลแก้วที่มีเพียงปราสาทพลาสติกและก้อนกรวดหลากสีเป็นเพื่อนร่วมโหล  ถ้าปลาทองมีความจำสั้นขนาดนั้นมันก็จะได้ไม่เบื่อ  ทุกครั้งที่ปลาทองชนเข้ากับขวดโหลมันจะได้รู้สึกว่ามันได้เจอโลกใหม่
                แต่ต้องขอแสดงความเสียใจกับความสบายใจของคุณและปลาทองในเรื่องนี้  ปลาทองนั้นฉลาดกว่าที่คุณคิดและมีความจำยาวนานกว่า 3 วินาที จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ปลาทองเรียนรู้ที่จะว่ายน้ำผ่านสิ่งที่มีความซับซ้อนและเทคนิคแปลกๆในการหาอาหารอีกด้วย พวกมันสามารถจำสิ่งที่มันเคยทำซึ่งผ่านมาแล้ว 11 เดือนได้ ซึ่งถือว่าพอๆกับระยะเวลาที่มนุษย์จำสิ่งต่างๆได้เป็นระยะเวลา 40 ปี  หลังฐานเกี่ยวกับความจำที่ดีของปลาทองอีกข้อหนึ่งคือเมื่อมันเห็นคนที่มันไม่คุ้นเคย  ปลาที่ปกติจะว่ายไปมาและเล่นกับตัวอื่นๆ จะเกิดอาการเขินอายกับคนแปลกหน้าที่เข้ามาในห้องที่ขวดโหลของมันวางอยู่ มันจะว่ายไปหลบที่หลังขวดโหลหรือหลังปราสาทพลาสติก ปลาทองจะระมัดระวังเมื่อคนแปลกหน้าให้อาหาร ในขณะที่มันจะไปกินอาหารกับคนที่มันคุ้นเคยโดยตรงจากมือของเขาเลย สิ่งที่น่าทึ่งคือมีการศึกษาปลาทองตาบอดตัวหนึ่งและพบว่ามันสามารถจำเสียงของเจ้าของและบอกความแตกต่างระหว่างของเสียงคนแปลกหน้าได้ด้วย
                ดังนั้นแล้วหาเพื่อนให้เจ้าปลาทองสักตัวและหาโหลที่ใหญ่กว่าให้มันได้ว่ายไปรอบๆเพราะว่ามันไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิด